ระดับ AGEs (Advanced Glycation End Products) ที่สูงในร่างกายบ่งบอกถึงการเผาผลาญน้ำตาลที่ผิดปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยเร็วขึ้น รวมถึงเพิ่มการอักเสบในร่างกายอีกด้วย
ใครเสี่ยงมีค่า AGEs สูง
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่สูบบุหรี่
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน
- ผู้ที่รับประทานอาหารทอด ปิ้ง ย่าง เป็นประจำ
- ผู้ที่รับประทานขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
- ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด
ลดการสะสมของ AGEs ได้อย่างไร ?
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม และอาหารที่มีแป้งขัดขาว รับประทานคาร์โบไฮเดรตที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และผัก ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ผลไม้และผักสด: เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ผักโขม และบร็อคโคลี่
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ทอด ย่าง และ ปิ้ง เปลี่ยนเป็นประเภท นึ่ง ต้ม หรือ อบ แทน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดการสะสมของ AGEs ในร่างกาย
- ควบคุมน้ำหนัก การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานและการสะสมของ AGEs
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพิ่มการเกิด AGEs ในร่างกายเนื่องจากสารพิษในบุหรี่กระตุ้นให้เกิด AGEs
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคและการดูแลสุขภาพที่ดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการสะสมของ AGEs ในร่างกายได้ การตรวจ AGEs เป็นวิธีที่ง่ายและไม่เจ็บปวดในการประเมินระดับสาร AGEs ในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยให้เราเข้าใจสภาพร่างกายของตนเองและวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม การตรวจนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง